Skip to content

ข่าวในวงการบันเทิงที่ไม่ควรพลาดต่อให้นานแค่ไหน?

ในวงการบันเทิงนั้นมีข่างดาราข่าวบันเทิงมากมาย แต่เราไม่อาจจะพลาดข่าวคราวนี้ได้เลย ต่อให้เสวลาผ่านไปนานก็ยังคงจำกันได้เป็นอย่างดี คือ ข่าวคร่าวของเจนี่ เลิก เอ๋ ช็อกวงการ โพสต์ภาพตัวช้ำ เม้าท์กันสนั่นวงการมายา เป็นอีกประเด็นร้อนที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ กับเรื่องราวของอดีตคู่รักสะท้านวงการ เจนี่ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ หลังจากเมื่อปีที่แล้ว เจนี่ เอ๋ เพิ่งเปิดตัวจดทะเบียนสมรสกันไปแบบหมาด ๆ มีภาพหวาน ๆ มาให้ได้ติดตามกันเพียบ แต่ความรักครั้งนี้กลับไม่ยาวนานนัก เพราะหลังจากแถลงข่าวจดทะเบียนกันไม่ถึงปี ก็มีข่าวลือว่า เจนี่ เอ๋ เลิกกัน ออกมาซะอย่างนั้น เมื่อมีการไปสอบถามเพื่อน ๆ แก๊งนางฟ้า ต่างก็บอกให้รอถามเจนี่เอง แต่นางเอกสาวก็เก็บตัวเงียบ ในขณะที่มีกระแสข่าวลือมากมาย ทั้งประเด็นที่ชาวเน็ตขุดคุ้ยกันว่าน่าจะมีมือที่สาม เป็นสาวสวยปริศนาเข้ามาเกี่ยวข้อง มีไอจีแฉเรื่อง เจนี่ เอ๋ โผล่มา แถมยังลือกันว่าเจนี่ถูกสามีซ้อมอีกต่างหาก

ต่อมาก็ได้มีภาพหลุดคนหน้าคล้ายนางเอกสาว เจนี่ ในสภาพเนื้อตัวช้ำเหมือนโดนซ้อม ถูกปล่อยออกมาว่อนเน็ต ซ้ำยังมีการปล่อยไลน์แชทของกลุ่ม หนุ่ม ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ภูริ หิรัญพฤกษ์ สามีของเพื่อนแก๊งนางฟ้า แอน อลิชา เม้าท์กันให้แซ่ด เรื่องเจนี่เลิกเอ๋ ก่อนที่ อาร์ต ศรา สามี อ้อม พิยดา ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมคุยแชทไลน์ ได้ออกมายอมรับว่าไลน์ดังกล่าวเป็นของจริง และแถลงขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตามมาด้วยข่าวลืออีกระลอกว่า เจนี่ อาจจะแถลงข่าวเรื่องเลิกเอ๋ในเร็ววัน

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการแถลงข่าวจากนางเอกสาว จนกระทั่งมีข่าวว่า เจนี่ เตรียมบินไปพักใจที่สหรัฐอเมริกา แต่ก่อนเดิน ทางไม่นาน ก็มีภาพของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โชว์ทะเบียนหย่าอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ออกมา โดยเจนี่ไม่ได้ต้องการสินสมรสหรือ ค่าเลี้ยงดูใด ๆ ขอแค่รถ ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ ที่เคยเป็นของเจนี่ และถูกเอ๋นำไปอัพเกรดเป็น 911 เทอร์โบ กลับคืนมาเท่านั้น และเมื่อเคลียร์กันลงตัว เจนี่ ก็บินไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริการาว 1 เดือน พร้อมมีภาพอัพเดทผ่านอินสตาแกรม เป็นระยะ และเปิดตัวเพื่อนหนุ่มสุดแซ่บ เจสัน เบอร์เรนท์ จนมีข่าวกิ๊กกันออกมา ก่อนที่เจนี่จะเดินทางกลับมาเมืองไทยในที่สุด แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวฉาวตามมาอีก เช่นประเด็นข่าวว่า เจนี่ เป็นมือที่สามระหว่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ และแพม อรอาภา แต่ทั้งเจนี่และท็อป ก็ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้กันไปแล้ว

ความเป็นมาของสถานบันเทิงในสังคมไทยในอดีต

ความเป็นมาของสถานบันเทิงในสังคมไทยในอดีต
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสถานบันเทิงเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงสงครามต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม รัฐบาลไทยจึงอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร จากการดํารงอยู่ของกองทหารอเมริกันทําให้ผู้หญิงไทย ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพ “เมียเช่า” สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัญหาสังคมเมื่อสหรัฐอเมริกาถอนกองกําลัง ทหารทั้งหมดออกจากประเทศไทย

สถานบันเทิงในยามค่ําคืนที่มีสุราและอาหารจําหน่ายพร้อมกับการให้บริการด้านความบันเทิง อาทิ การเต้นรําและการฟังดนตรี เป็นรูปแบบความบันเทิงที่เข้ามาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 โดยกลุ่มพ่อค้านักเดินทางชาวตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมา ราษฎรมีโอกาสในการประกอบอาชีพและการค้า จึงเกิดการ ลงทุนของชนชั้นนําและพ่อค้าชาวจีนในกิจการต่างๆ รวมถึงสถานบันเทิงแบบตะวันตก อาทิ

  1. คอฟฟี่ช้อป ร้านกาแฟนรสิงห์นับว่าเป็นร้านคอฟฟี่ช้อปแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งขึ้นเป็น ครั้งแรกที่บริเวณสโมสรเสือป่า โดยอยู่ในความดูแลของกรมมหรสพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรม มหาดเล็กหลวง กลุ่มชนชั้นนํา พ่อค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมไปกันมาก เป็นสถานที่ จําหน่ายอาหารว่างพร้อมทั้งเครื่องดื่มและสุรา
  2. ผับ(Pub)หรือบาร์(Bar)สถานบันเทิงรูปแบบนี้ไม่จําเป็นต้องอยู่ในโฮเต็ลเสมอไป สามารถตั้งขึ้นเดี่ยวๆ ได้ พระยาภักดีนรเศรษฐ(เลิศ เศรษฐบุตร) ได้ตั้งบาร์แบบตะวันตกขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 7 ในห้างและโรงน้ําแข็งของตนเอง บริเวณเชิงสะพานพิทยเสถียรเป็นอาคารสูง 6 ชั้น โดย จําหน่ายสุราต่างประเทศและเบียร์สดซึ่งไม่มีจําหน่ายที่อื่น
  3. เหลา เป็นทั้งสถานที่พบปะสังสรรค์และเป็นภัตตาคารซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารจีน เหลาชื่อดัง แห่งหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมจากพ่อค้าหรือนายทุนชาวจีนได้แก่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลาของตระกูล ล่ําซํา หรือชื่อไทยว่าหยาดฟ้าภัตตาคาร มีอาหารจีนและอาหารฝรั่งจําหน่าย
  4. เบียร์ฮอลล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ในประเทศสยามเป็นเครื่องดื่มที่ต้องนําเข้า จากต่างประเทศมาโดยตลอด
  5. ไนท์คลับ (Night Club) เป็นสถานที่พักผ่อนยามราตรี แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “สโมสร ราตรี” 15 ซึ่งมีจุดประสงค์ในการจําหน่ายสุรานานาชนิดรวมถึงการจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยมี การจัดแสดงดนตรีและมีนักร้องไว้บริการ ภายในมีฟลอร์สําหรับเต้นรํา เป็นสถานบันเทิงที่มีราคาสูง ยุคแรกนั้นไม่เป็นที่นิยมสําหรับชาวสยามแต่รู้จักกันเฉพาะกลุ่มชาวตะวันตกที่อยู่ในสยามเท่านั้น

iflix สุดยอดความบันเทิงรูปแบบใหม่แห่งยุค

อินเตอร์เนตมีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการรับข่าวสารข้อมูล หรือการเข้าถึงสื่อบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้เปลี่ยนไปจากการนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน เป็นการใช้ SmartPhone ดูซีรีส์ในรถไฟฟ้า หรือเปิด Tablet ดูหนังระหว่างรอเพื่อนในคาเฟ่ iflix จึงเป็นสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอหนังและซีรีส์ที่มีให้เลือกชมมากกว่า 12,000 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นหนังดังจากฮอลลีวูด ซีรีย์ยอดฮิตจากเกาหลี ศึกจอมยุทธจากจีน การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่หนังและละครดังของไทย ในราคาสุดคุ้ม บนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้ถึง 5 เครื่อง ไม่ว่าจะเป็น SmartPhone, Tablet, Notebook หรือจะเชื่อมโยงเข้ากับทีวี

นอกจากนี้ iflix ยังมีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การรับชมพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ การดาวโหลดหนังและซีรีส์มาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อรับชมแม้ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนต หรือรายการที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ iflix มีความแข็งแกร่งกว่าคู่แข่ง คือการมีพันธมิตรสตูดิโอ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชั้นนำมากที่สุด ทั้งในฝั่งฮอลลีวูด เกาหลี จีน ไทย และประเทศในอาเซียน อาทิ Fox, Paramount, Disney, Warner Bros, MGM, BBC, Starz, และ KBS เป็นต้น จึงทำให้ iflix มีหนังและซีรีส์คุณภาพให้เลือกสรรมากกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็น Modern Family, Arrow, Friends, Captain America, The Lord of the Ring และ The Matrix เป็นต้น

แม้การละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยยังคงเป็นที่แพร่หลาย เราเชื่อว่าข้อเสนอและบริการที่เกินคุ้มของ iflix จะสามารถทำให้คนไทยหันมาสนับสนุนการดูหนังและซีรีส์แบบถูกกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายและคุณภาพของหนังและซีรีส์ที่คัดสรรมาให้เหมาะกับคนไทยโดยเฉพาะ เทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนในอาเซียน และที่สำคัญราคาที่คุ้มค่ากว่าการซื้อแผ่นดีวีดีผี 1 แผ่น

แนะรัฐและเอกชนขยายโอกาสละครและภาพยนตร์ไทยในจีนต่อยอดไปธุรกิจ

การฉายละครและภาพยนตร์ไทยในประเทศจีน ไม่เพียงแต่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยในรูปแบบค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสร้างมูลค่าจากอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม (Cultural Industry) กล่าวคือ เป็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากละครหรือภาพยนตร์ โดยพัฒนาโครงเรื่องที่นำไปสู่การติดตามซื้อสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม การฉายละครและภาพยนตร์ไทยในประเทศจีนยังเผชิญอุปสรรคจากกฎระเบียบของรัฐบาลที่มุ่งปกป้องผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ในประเทศ ทั้งการจำกัดโควต้าละครและภาพยนตร์ การกำหนดเวลาฉาย การกำหนดกฎระเบียบการร่วมทุน รวมถึงการเซ็นเซอร์ละครและภาพยนตร์ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ละครและภาพยนตร์ไทยสามารถเจาะตลาดผู้ชมในประเทศจีนได้มากขึ้น โดยข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐและเอกชนส่วนประกอบไปด้วยรายละเอียด ดังนี้

– ภาครัฐ
หน่วยงานภาครัฐควรมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การเจรจาเพื่อลดอุปสรรคในการนำละครและภาพยนตร์ไทยไปฉายยังประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายโควต้าละครและภาพยนตร์ไทย และการผ่อนคลายระเบียบการร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตชาวไทยและชาวจีน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของการเจรจาเพื่อให้ได้ประโยชน์สำหรับทั้งสองประเทศ

– ภาคเอกชน
ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรับชมละครและภาพยนตร์ไทยของผู้ชมชาวจีนในด้านปัจจัยประชากรศาสตร์ ไลฟ์สไตล์ และรสนิยม เพื่อเป็นแนวทางในการคัดเลือกหรือผลิตละครและภาพยนตร์ป้อนสู่ตลาดจีนที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ผลิตละครไทยที่ผลิตละครเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมในประเทศเป็นหลัก โดยมองว่าการส่งออกละครไทยไปยังประเทศจีนเป็นผลพลอยได้เท่านั้น นอกจากนี้ ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยควรสร้างความหลากหลายด้านเนื้อหาและประเภทของละครและภาพยนตร์เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ชมชาวจีน รวมถึงยกระดับการเขียนบทละครและภาพยนตร์ไทย โดยอาจอยู่ในรูปแบบการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ พบว่า การพัฒนาโครงเรื่องยังเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยต้องให้ความสำคัญ โดยชาวจีนชอบละครและภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องสะท้อนการใช้ชีวิต และสามารถเข้าถึงคาแรกเตอร์ของตัวละครได้ รวมถึงผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยควรใช้ดารานำแสดงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชมชาวจีนอยู่แล้วเพื่อดึงดูดผู้ชมชาวจีนได้มากยิ่งขึ้น

อุตสาหกรรมบันเทิงเป็นตัวดึงดูดการท่องเที่ยวไทย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยประสบกับปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมือง หรือปัญหาทางด้านภัยพิบัติ ซึ่งนํามาความสูญเสียที่ยากจะคาดเดาทั้งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้ทําให้จํานวนชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวไทยลดน้อยลง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทําให้รัฐบาลเล็งเห็นความสําคัญของการท่องเที่ยวว่าเป็นตัวการหลัก ที่ทําให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนในทิศทางที่สูงขึ้น ดังนั้นทางรัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างเต็มอัตราโดยใช้นโยบายอุตสาหกรรมบันเทิงที่ประสบความสําเร็จในหลายประเทศเป็นแนวทางในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมีการนำ

ละครไทยไปออกบูธตามเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือมีมาตรการส่งออกภาพยนตร์ไทยในต่างประเทศเพื่อให้ต่างชาติรับรู้ถึงศักยภาพของคนไทย แนวคิดการใช้อุตสาหกรรมบันเทิงเป็นตัวดึงดูดการท่องเที่ยวนั้นเห็นได้เด่นชัดในประเทศเกาหลี ที่ทางรัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ด้วยสื่อบันเทิงเป็นสื่อเข้าถึงง่าย และสามารถเผยแพร่ธรรมชาติที่งดงามรวมถึงศิลปวัฒนธรรมภายในประเทศให้ออกสู่สายตาต่างชาติได้เป็นอย่างดี

แรกเริ่มของการสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเต็มที่ของเกาหลี ภาพยนตร์ต่างชาติได้รับความนิยมมากจนเกือบทําให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีทั้งหมดต้องปิดตัวลง ทางรัฐบาลเกาหลีจึงต้องจัดทํานโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยได้ยกเลิกการเซ็นเซอร์ที่เดิมมีไว้เพื่อเซ็นเซอร์สิ่งที่คิดว่าไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน เช่น ฉากสูบบุหรี่หรือดื่มสุรา เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์มีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เพราะคิดว่าสิ่งที่เซ็นเซอร์นั้นไม่ได้ช่วยให้เยาวชนเป็นคนดีหรือยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น แต่สิ่งที่จะช่วยคือการศึกษาและการขัดเกลานอกจากนั้นยังออกมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทสร้างภาพยนตร์ รวมถึงจัดให้มีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองปูซานทุกปี

จากการประสบความสําเร็จอย่างงดงามของเกาหลีทําให้รัฐบาลไทยนําแนวคิดนี้มีปรับใช้เริ่มจากการดึงตัว “นิชคุณ หรเวชกุล” นักร้องสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังในเกาหลีมาเป็นพรีเซนเตอร์ของการท่องเที่ยวไทยซึ่งในโฆษณาตัวนั้นมีการนําเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไทยมาเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมไทย กีฬาไทย และธรรมชาติที่งดงามของไทย แต่ถึงอย่างไรแล้วชาวต่างชาติก็ยังคงมองว่านิชคุณเป็นตัวแทนของคนเกาหลี ซึ่งในจุดนี้…ทำให้ได้ผลตอบรับจากโฆษณาตัวนี้ในระดับปานกลาง เมื่อได้แนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เจริญเติบโตขึ้นจึงเริ่มส่งอุตสาหกรรมละครและภาพยนตร์ไทยออกต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสน่ห์ของละครไทยนั้นสามารถครองใจหนุ่มสาวแดนมังกรได้เป็นอย่างดี ด้วยแนวละครที่หลากหลาย และเข้มข้นซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สําหรับชาวเอเชียตะวันออก

ละครไทยค่อยๆ คลืบคลานเข้ามามีอิทธิพลในประเทศจีนมากขึ้น สังเกตได้จากหลายสถานนีโทรทัศน์ของจีนได้ซื้อละครไทยไปฉายที่ช่องของตน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมชาวจีนจํานวนมาก อาทิ สถานีโทรทัศน์อานฮุยที่ฉายละครไทยมากที่สุดในจีนตั้งแต่ปี 2552 และมีสัญญาณแพร่ภาพถึง 50 ประเทศทั่วโลกปัจจุบันละครของไทยมีราคาประมาณ 100,000 หยวน/ตอน

ทางด้านของภาพยนตร์ไทยสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 240,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยโดยที่ภาพยนตร์แนวรักวัยรุ่นได้รับความสนใจอย่างมากในแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น รักแห่งสยาม, สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก และ รัก 7 ปี ดี 7 หน เป็นต้น ขณะที่ภาพยนตร์แนวแอกชั่นสยองขวัญยังได้รับความนิยมจากตลาดต่างชาติด้วยเช่นกัน