Skip to content

ข่าวในวงการบันเทิงที่ไม่ควรพลาดต่อให้นานแค่ไหน?

ในวงการบันเทิงนั้นมีข่างดาราข่าวบันเทิงมากมาย แต่เราไม่อาจจะพลาดข่าวคราวนี้ได้เลย ต่อให้เสวลาผ่านไปนานก็ยังคงจำกันได้เป็นอย่างดี คือ ข่าวคร่าวของเจนี่ เลิก เอ๋ ช็อกวงการ โพสต์ภาพตัวช้ำ เม้าท์กันสนั่นวงการมายา เป็นอีกประเด็นร้อนที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ กับเรื่องราวของอดีตคู่รักสะท้านวงการ เจนี่ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ หลังจากเมื่อปีที่แล้ว เจนี่ เอ๋ เพิ่งเปิดตัวจดทะเบียนสมรสกันไปแบบหมาด ๆ มีภาพหวาน ๆ มาให้ได้ติดตามกันเพียบ แต่ความรักครั้งนี้กลับไม่ยาวนานนัก เพราะหลังจากแถลงข่าวจดทะเบียนกันไม่ถึงปี ก็มีข่าวลือว่า เจนี่ เอ๋ เลิกกัน ออกมาซะอย่างนั้น เมื่อมีการไปสอบถามเพื่อน ๆ แก๊งนางฟ้า ต่างก็บอกให้รอถามเจนี่เอง แต่นางเอกสาวก็เก็บตัวเงียบ ในขณะที่มีกระแสข่าวลือมากมาย ทั้งประเด็นที่ชาวเน็ตขุดคุ้ยกันว่าน่าจะมีมือที่สาม เป็นสาวสวยปริศนาเข้ามาเกี่ยวข้อง มีไอจีแฉเรื่อง เจนี่ เอ๋ โผล่มา แถมยังลือกันว่าเจนี่ถูกสามีซ้อมอีกต่างหาก

ต่อมาก็ได้มีภาพหลุดคนหน้าคล้ายนางเอกสาว เจนี่ ในสภาพเนื้อตัวช้ำเหมือนโดนซ้อม ถูกปล่อยออกมาว่อนเน็ต ซ้ำยังมีการปล่อยไลน์แชทของกลุ่ม หนุ่ม ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ภูริ หิรัญพฤกษ์ สามีของเพื่อนแก๊งนางฟ้า แอน อลิชา เม้าท์กันให้แซ่ด เรื่องเจนี่เลิกเอ๋ ก่อนที่ อาร์ต ศรา สามี อ้อม พิยดา ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมคุยแชทไลน์ ได้ออกมายอมรับว่าไลน์ดังกล่าวเป็นของจริง และแถลงขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตามมาด้วยข่าวลืออีกระลอกว่า เจนี่ อาจจะแถลงข่าวเรื่องเลิกเอ๋ในเร็ววัน

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการแถลงข่าวจากนางเอกสาว จนกระทั่งมีข่าวว่า เจนี่ เตรียมบินไปพักใจที่สหรัฐอเมริกา แต่ก่อนเดิน ทางไม่นาน ก็มีภาพของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โชว์ทะเบียนหย่าอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ออกมา โดยเจนี่ไม่ได้ต้องการสินสมรสหรือ ค่าเลี้ยงดูใด ๆ ขอแค่รถ ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ ที่เคยเป็นของเจนี่ และถูกเอ๋นำไปอัพเกรดเป็น 911 เทอร์โบ กลับคืนมาเท่านั้น และเมื่อเคลียร์กันลงตัว เจนี่ ก็บินไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริการาว 1 เดือน พร้อมมีภาพอัพเดทผ่านอินสตาแกรม เป็นระยะ และเปิดตัวเพื่อนหนุ่มสุดแซ่บ เจสัน เบอร์เรนท์ จนมีข่าวกิ๊กกันออกมา ก่อนที่เจนี่จะเดินทางกลับมาเมืองไทยในที่สุด แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวฉาวตามมาอีก เช่นประเด็นข่าวว่า เจนี่ เป็นมือที่สามระหว่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ และแพม อรอาภา แต่ทั้งเจนี่และท็อป ก็ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้กันไปแล้ว

ความเป็นมาของสถานบันเทิงในสังคมไทยในอดีต

ความเป็นมาของสถานบันเทิงในสังคมไทยในอดีต
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสถานบันเทิงเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงสงครามต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม รัฐบาลไทยจึงอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยในเขตกรุงเทพมหานคร จากการดํารงอยู่ของกองทหารอเมริกันทําให้ผู้หญิงไทย ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพ “เมียเช่า” สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัญหาสังคมเมื่อสหรัฐอเมริกาถอนกองกําลัง ทหารทั้งหมดออกจากประเทศไทย

สถานบันเทิงในยามค่ําคืนที่มีสุราและอาหารจําหน่ายพร้อมกับการให้บริการด้านความบันเทิง อาทิ การเต้นรําและการฟังดนตรี เป็นรูปแบบความบันเทิงที่เข้ามาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 โดยกลุ่มพ่อค้านักเดินทางชาวตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมา ราษฎรมีโอกาสในการประกอบอาชีพและการค้า จึงเกิดการ ลงทุนของชนชั้นนําและพ่อค้าชาวจีนในกิจการต่างๆ รวมถึงสถานบันเทิงแบบตะวันตก อาทิ

  1. คอฟฟี่ช้อป ร้านกาแฟนรสิงห์นับว่าเป็นร้านคอฟฟี่ช้อปแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งขึ้นเป็น ครั้งแรกที่บริเวณสโมสรเสือป่า โดยอยู่ในความดูแลของกรมมหรสพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรม มหาดเล็กหลวง กลุ่มชนชั้นนํา พ่อค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมไปกันมาก เป็นสถานที่ จําหน่ายอาหารว่างพร้อมทั้งเครื่องดื่มและสุรา
  2. ผับ(Pub)หรือบาร์(Bar)สถานบันเทิงรูปแบบนี้ไม่จําเป็นต้องอยู่ในโฮเต็ลเสมอไป สามารถตั้งขึ้นเดี่ยวๆ ได้ พระยาภักดีนรเศรษฐ(เลิศ เศรษฐบุตร) ได้ตั้งบาร์แบบตะวันตกขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 7 ในห้างและโรงน้ําแข็งของตนเอง บริเวณเชิงสะพานพิทยเสถียรเป็นอาคารสูง 6 ชั้น โดย จําหน่ายสุราต่างประเทศและเบียร์สดซึ่งไม่มีจําหน่ายที่อื่น
  3. เหลา เป็นทั้งสถานที่พบปะสังสรรค์และเป็นภัตตาคารซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารจีน เหลาชื่อดัง แห่งหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมจากพ่อค้าหรือนายทุนชาวจีนได้แก่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลาของตระกูล ล่ําซํา หรือชื่อไทยว่าหยาดฟ้าภัตตาคาร มีอาหารจีนและอาหารฝรั่งจําหน่าย
  4. เบียร์ฮอลล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ในประเทศสยามเป็นเครื่องดื่มที่ต้องนําเข้า จากต่างประเทศมาโดยตลอด
  5. ไนท์คลับ (Night Club) เป็นสถานที่พักผ่อนยามราตรี แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “สโมสร ราตรี” 15 ซึ่งมีจุดประสงค์ในการจําหน่ายสุรานานาชนิดรวมถึงการจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยมี การจัดแสดงดนตรีและมีนักร้องไว้บริการ ภายในมีฟลอร์สําหรับเต้นรํา เป็นสถานบันเทิงที่มีราคาสูง ยุคแรกนั้นไม่เป็นที่นิยมสําหรับชาวสยามแต่รู้จักกันเฉพาะกลุ่มชาวตะวันตกที่อยู่ในสยามเท่านั้น

iflix สุดยอดความบันเทิงรูปแบบใหม่แห่งยุค

อินเตอร์เนตมีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการรับข่าวสารข้อมูล หรือการเข้าถึงสื่อบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้เปลี่ยนไปจากการนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน เป็นการใช้ SmartPhone ดูซีรีส์ในรถไฟฟ้า หรือเปิด Tablet ดูหนังระหว่างรอเพื่อนในคาเฟ่ iflix จึงเป็นสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอหนังและซีรีส์ที่มีให้เลือกชมมากกว่า 12,000 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นหนังดังจากฮอลลีวูด ซีรีย์ยอดฮิตจากเกาหลี ศึกจอมยุทธจากจีน การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่หนังและละครดังของไทย ในราคาสุดคุ้ม บนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้ถึง 5 เครื่อง ไม่ว่าจะเป็น SmartPhone, Tablet, Notebook หรือจะเชื่อมโยงเข้ากับทีวี

นอกจากนี้ iflix ยังมีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การรับชมพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ การดาวโหลดหนังและซีรีส์มาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อรับชมแม้ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนต หรือรายการที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ iflix มีความแข็งแกร่งกว่าคู่แข่ง คือการมีพันธมิตรสตูดิโอ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชั้นนำมากที่สุด ทั้งในฝั่งฮอลลีวูด เกาหลี จีน ไทย และประเทศในอาเซียน อาทิ Fox, Paramount, Disney, Warner Bros, MGM, BBC, Starz, และ KBS เป็นต้น จึงทำให้ iflix มีหนังและซีรีส์คุณภาพให้เลือกสรรมากกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็น Modern Family, Arrow, Friends, Captain America, The Lord of the Ring และ The Matrix เป็นต้น

แม้การละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยยังคงเป็นที่แพร่หลาย เราเชื่อว่าข้อเสนอและบริการที่เกินคุ้มของ iflix จะสามารถทำให้คนไทยหันมาสนับสนุนการดูหนังและซีรีส์แบบถูกกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายและคุณภาพของหนังและซีรีส์ที่คัดสรรมาให้เหมาะกับคนไทยโดยเฉพาะ เทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนในอาเซียน และที่สำคัญราคาที่คุ้มค่ากว่าการซื้อแผ่นดีวีดีผี 1 แผ่น

แนะรัฐและเอกชนขยายโอกาสละครและภาพยนตร์ไทยในจีนต่อยอดไปธุรกิจ

การฉายละครและภาพยนตร์ไทยในประเทศจีน ไม่เพียงแต่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยในรูปแบบค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสร้างมูลค่าจากอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม (Cultural Industry) กล่าวคือ เป็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากละครหรือภาพยนตร์ โดยพัฒนาโครงเรื่องที่นำไปสู่การติดตามซื้อสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม การฉายละครและภาพยนตร์ไทยในประเทศจีนยังเผชิญอุปสรรคจากกฎระเบียบของรัฐบาลที่มุ่งปกป้องผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ในประเทศ ทั้งการจำกัดโควต้าละครและภาพยนตร์ การกำหนดเวลาฉาย การกำหนดกฎระเบียบการร่วมทุน รวมถึงการเซ็นเซอร์ละครและภาพยนตร์ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ละครและภาพยนตร์ไทยสามารถเจาะตลาดผู้ชมในประเทศจีนได้มากขึ้น โดยข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐและเอกชนส่วนประกอบไปด้วยรายละเอียด ดังนี้

– ภาครัฐ
หน่วยงานภาครัฐควรมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การเจรจาเพื่อลดอุปสรรคในการนำละครและภาพยนตร์ไทยไปฉายยังประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายโควต้าละครและภาพยนตร์ไทย และการผ่อนคลายระเบียบการร่วมทุนระหว่างผู้ผลิตชาวไทยและชาวจีน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของการเจรจาเพื่อให้ได้ประโยชน์สำหรับทั้งสองประเทศ

– ภาคเอกชน
ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรับชมละครและภาพยนตร์ไทยของผู้ชมชาวจีนในด้านปัจจัยประชากรศาสตร์ ไลฟ์สไตล์ และรสนิยม เพื่อเป็นแนวทางในการคัดเลือกหรือผลิตละครและภาพยนตร์ป้อนสู่ตลาดจีนที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ผลิตละครไทยที่ผลิตละครเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมในประเทศเป็นหลัก โดยมองว่าการส่งออกละครไทยไปยังประเทศจีนเป็นผลพลอยได้เท่านั้น นอกจากนี้ ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยควรสร้างความหลากหลายด้านเนื้อหาและประเภทของละครและภาพยนตร์เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ชมชาวจีน รวมถึงยกระดับการเขียนบทละครและภาพยนตร์ไทย โดยอาจอยู่ในรูปแบบการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ พบว่า การพัฒนาโครงเรื่องยังเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยต้องให้ความสำคัญ โดยชาวจีนชอบละครและภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องสะท้อนการใช้ชีวิต และสามารถเข้าถึงคาแรกเตอร์ของตัวละครได้ รวมถึงผู้ผลิตละครและภาพยนตร์ไทยควรใช้ดารานำแสดงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชมชาวจีนอยู่แล้วเพื่อดึงดูดผู้ชมชาวจีนได้มากยิ่งขึ้น

อุตสาหกรรมบันเทิงเป็นตัวดึงดูดการท่องเที่ยวไทย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยประสบกับปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมือง หรือปัญหาทางด้านภัยพิบัติ ซึ่งนํามาความสูญเสียที่ยากจะคาดเดาทั้งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้ทําให้จํานวนชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวไทยลดน้อยลง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทําให้รัฐบาลเล็งเห็นความสําคัญของการท่องเที่ยวว่าเป็นตัวการหลัก ที่ทําให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนในทิศทางที่สูงขึ้น ดังนั้นทางรัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างเต็มอัตราโดยใช้นโยบายอุตสาหกรรมบันเทิงที่ประสบความสําเร็จในหลายประเทศเป็นแนวทางในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมีการนำ

ละครไทยไปออกบูธตามเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือมีมาตรการส่งออกภาพยนตร์ไทยในต่างประเทศเพื่อให้ต่างชาติรับรู้ถึงศักยภาพของคนไทย แนวคิดการใช้อุตสาหกรรมบันเทิงเป็นตัวดึงดูดการท่องเที่ยวนั้นเห็นได้เด่นชัดในประเทศเกาหลี ที่ทางรัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ด้วยสื่อบันเทิงเป็นสื่อเข้าถึงง่าย และสามารถเผยแพร่ธรรมชาติที่งดงามรวมถึงศิลปวัฒนธรรมภายในประเทศให้ออกสู่สายตาต่างชาติได้เป็นอย่างดี

แรกเริ่มของการสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเต็มที่ของเกาหลี ภาพยนตร์ต่างชาติได้รับความนิยมมากจนเกือบทําให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีทั้งหมดต้องปิดตัวลง ทางรัฐบาลเกาหลีจึงต้องจัดทํานโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยได้ยกเลิกการเซ็นเซอร์ที่เดิมมีไว้เพื่อเซ็นเซอร์สิ่งที่คิดว่าไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน เช่น ฉากสูบบุหรี่หรือดื่มสุรา เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์มีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เพราะคิดว่าสิ่งที่เซ็นเซอร์นั้นไม่ได้ช่วยให้เยาวชนเป็นคนดีหรือยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น แต่สิ่งที่จะช่วยคือการศึกษาและการขัดเกลานอกจากนั้นยังออกมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทสร้างภาพยนตร์ รวมถึงจัดให้มีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองปูซานทุกปี

จากการประสบความสําเร็จอย่างงดงามของเกาหลีทําให้รัฐบาลไทยนําแนวคิดนี้มีปรับใช้เริ่มจากการดึงตัว “นิชคุณ หรเวชกุล” นักร้องสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังในเกาหลีมาเป็นพรีเซนเตอร์ของการท่องเที่ยวไทยซึ่งในโฆษณาตัวนั้นมีการนําเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไทยมาเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมไทย กีฬาไทย และธรรมชาติที่งดงามของไทย แต่ถึงอย่างไรแล้วชาวต่างชาติก็ยังคงมองว่านิชคุณเป็นตัวแทนของคนเกาหลี ซึ่งในจุดนี้…ทำให้ได้ผลตอบรับจากโฆษณาตัวนี้ในระดับปานกลาง เมื่อได้แนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เจริญเติบโตขึ้นจึงเริ่มส่งอุตสาหกรรมละครและภาพยนตร์ไทยออกต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสน่ห์ของละครไทยนั้นสามารถครองใจหนุ่มสาวแดนมังกรได้เป็นอย่างดี ด้วยแนวละครที่หลากหลาย และเข้มข้นซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สําหรับชาวเอเชียตะวันออก

ละครไทยค่อยๆ คลืบคลานเข้ามามีอิทธิพลในประเทศจีนมากขึ้น สังเกตได้จากหลายสถานนีโทรทัศน์ของจีนได้ซื้อละครไทยไปฉายที่ช่องของตน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมชาวจีนจํานวนมาก อาทิ สถานีโทรทัศน์อานฮุยที่ฉายละครไทยมากที่สุดในจีนตั้งแต่ปี 2552 และมีสัญญาณแพร่ภาพถึง 50 ประเทศทั่วโลกปัจจุบันละครของไทยมีราคาประมาณ 100,000 หยวน/ตอน

ทางด้านของภาพยนตร์ไทยสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 240,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยโดยที่ภาพยนตร์แนวรักวัยรุ่นได้รับความสนใจอย่างมากในแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น รักแห่งสยาม, สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก และ รัก 7 ปี ดี 7 หน เป็นต้น ขณะที่ภาพยนตร์แนวแอกชั่นสยองขวัญยังได้รับความนิยมจากตลาดต่างชาติด้วยเช่นกัน

ละครวิทยุ สื่อที่ให้ความบันเทิงในอดีต


ในอดีตช่องทางการเข้าถึงความบันเทิงมีค่อนข้างน้อย ทำให้วิทยุเป็นสื่อให้ความบันเทิงเป็นอันดับแรกๆ ของทุกครัวเรือน และรายการที่ทำให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยติดตาม นั่นก็คือ รายการวิทยุ เนื่องด้วยความสนุกสนานจากละครวิทยุนั้นเปรียบเสมือนยาเสพติดที่ได้ฟังแล้วอยากจะติดตามต่อไปเรื่อยๆ ประกอบกับละครวิทยุนั้นได้อรรถรสตามเรื่องราวที่มีการนำเสนอในเรื่องราวต่างๆ ไม่สิ้นสุดพอจบเรื่องนี้ก็จะมีการนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆต่อไป ปัจจุบันโลกมีความเจริญก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ทำให้การเข้าถึงสื่อบันเทิงมีความง่ายดาย ทำให้ละครวิทยุเริ่มหายไป จนทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักละครวิทยุเลย

ละครวิทยุมีความเป็นมาจากละครเวที เป็นการนำการแสดงที่มีอยู่มาออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง ดังนั้นลักษณะของบทละครวิทยุจึงแตกต่างจากบทละครทั่วไป ผู้แต่งจึงต้องสร้างจินตนาการให้แก่ผู้ฟัง ให้สามารถเข้าใจและนึกถึงภาพความเป็นไปของเรื่องได้ อารมณ์ นิสัยของตัวแสดงจะต้องแสดงออกมาทางคำพูดที่ต้องใส่อารมณ์เป็นพิเศษ เพราะผู้ฟังมองไม่เห็น ภาพตัวละคร จึงไม่สามารถสังเกตกิริยาท่าทางและสีหน้าของตัวละครได้ บทละครวิทยุต้องมีบทบรรยายแทรกเพื่อช่วยให้การดำเนินเรื่องกระชับ เล่าประวัติเหตุการณ์ต่างๆซึ่งผู้ฟังละครวิทยุไม่สามารถจะมองภาพได้เหมือนละครเวที ผู้ประพันธ์อาจใช้วิธีบรรยายโดยสอดแทรกไว้ในบทสนทนาของตัวละคร ผู้ควบคุมการแสดงจะต้องมีความสามารถเข้าใจ ตอนไหนจะให้ตัวละครใช้เสียงอย่างไร เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเรื่อง ปัจจุบัน คณะละครวิทยุใช้วิธีบันทึกเสียงครั้งละประมาณ 5 ตอน ออกอากาศไปได้ทั้งสัปดาห์ ถ้ามีการผิดพลาดก็แก้ไขได้ เสียงประกอบ ได้แก่ ดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่นลมตามธรรมชาติ เสียงประกอบบทอื่นๆ และในสมัยก่อนผู้ฟังมีระดับการศึกษาที่ไม่สูงมากนัก การหลักเลี่ยงคำศัพท์จึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งในการสนทนาจำเป็นต้องย้ำชื่อตัวละครบ่อยๆ เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดคือใคร

ทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าสื่อวิทยุได้ให้ความบันเทิงกับคนในอดีต อีกทั้งในปัจจุบันยังคงมีให้เห็น และละครวิทยุยังเป็นสื่อที่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้ก่อนที่จะเลือนหายไป

อุตสาหกรรมบันเทิงมีแนวโน้มทางการตลาดที่เติบโตสูงในปัจจุบัน

7

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นธุรกิจหนึ่งที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแนวโน้นที่จะขยายตัวไปเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างรายได้และเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมบันเทิงมีอัตราการเจริญเติบโตสูงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเนื่องด้วยความทันสมัยของสื่อที่สามารถผลิตสื่อสมัยใหม่ได้หลายรูปแบบ จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสื่อได้ง่ายและหลายช่องทาง ดังนั้นผู้ที่ประกอบการด้านอุตสาหกรรมธุรกิจบันเทิงจึงต้องมีความพร้อม และความรู้ความสามารถด้านต่างๆ จากจุดนี้เองทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆได้เล็งเห็นพร้อมทั้งหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง โดยเปิดหลักสูตรในระดับมหาบัณฑิต อาทิเช่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต มหาวิทยาลัยคริสเตียน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ฯลฯ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ม.กรุงเทพได้เปิดเกมรุกในการเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมบันเทิง ลุยเปิดหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารธุรกิจบันเทิงและการผลิต โดยเน้นการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางการบริหารธุรกิจบันเทิงและผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมุ่งหวังที่จะสร้างผู้ประกอบการทางด้านธุรกิจบันเทิงที่สามารถบูรณการความรู้พร้อมนำไปใช้ในการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ โดยการดึงคนในแวดวงบันเทิงสาขาต่างๆ มาเป็นอาจารย์พิเศษ ซึ่งอาจารย์ปีเตอร์ กัน ประธานที่ปรึกษาหลักสูตรได้กล่าวว่า “หลักสูตรนี้เกิดมาจากการผสมผสานศาสตร์ทางด้านนิเทศศาสตร์และทางด้านบริหารธุรกิจ ซึ่งเล็งเห็นว่าในปัจจุบันอุตสาหกรรมบันเทิงมีแนวโน้มทางการตลาดที่เติบโตสูง เนื่องด้วยอิทธิพลของสื่อสมัยใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อและผสมผสานกันในหลายรูปแบบ แต่ก็ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการตลาดของสื่อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาคการผลิตและบริหารจัดการด้วย ดังนั้นในเมื่อทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพก็มีความพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคณาจารย์ หรือจะเป็น Media Center ที่ได้มาตรฐานระดับโลก เราจึงมีแนวคิดที่จะจัดทำและมุ่งหวังที่จะทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยสามารถก้าวเข้าไปแข่งขันในระดับนานาชาติ อีกทั้งจุดแข็งของหลักสูตรนี้คือ 1.ตัวทฤษฎีที่เตรียมการมาไม่เป็นรองใครในโลก 2.มาจากคณาจารย์ที่เป็นผู้ปฏิบัติจริง ดังนั้นถ้าคุณเรียน Entertainment Management ผมไม่เชื่อว่าคุณจะเรียนจากที่ไหนได้ดีกว่าที่นี่อีกแล้วในโลกนี้ เพราะว่าถ้าคุณไปเรียนที่ต่างประเทศ เขาก็ไม่สามารถนำ case ของเมืองไทยใส่เข้าไปได้ใช่ไหม เนื่องจากคุณเรียนเพื่อมาใช้ที่เมืองไทย คณาจารย์ต่างๆที่เมืองไทยก็จะถ่ายทอดเทคนิค มุมมองทางธุรกิจในแง่มุมต่างๆ ที่มาจากประสบการณ์ตรงในการทำงาน และเป็น case ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จริง”

 

ความนิยมเลือกดูภาพยนตร์ประเภทให้ความบันเทิง

ปัจจุบันภาพยนตร์เป็นสื่อการที่สามารถสร้างความเข้าใจและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในพื้นที่ของโรงภาพยนตร์เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์ที่สื่อออกไปทำให้ผู้ชมที่อยู่ในโรงภาพยนตร์ได้ซึมซับเนื้อหาของภาพยนตร์อย่างมีสมาธิมุ่งไปที่ภาพยนตร์ที่กำลังฉายซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้ เมื่อมีภาพยนตร์ที่มีคุณภาพในการสื่อสารต่อผู้ชมและประกอบกับบรรยากาศในการชมและมีผู้ชมร่วมในเวลาเดียวกันจะสามารถสร้างกิจกรรมเพื่อให้มีการแสดงความคิดเห็นที่มีต่อภาพยนตร์ที่ได้รับชมและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันอันจะสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเกิดความคุ้นเคยและส่งผลถึงการยอมรับข้อคิดเห็นซึ่งกันและกันเข้าใจในทัศนคติของคนอื่น

การดูภาพยนตร์เป็นกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ

แต่ความคาดหวังในหนังแต่ละเรื่องของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ธรรมดาของทุกสิ่งย่อมมีดีและไม่ดีปะปนกัน ขึ้นอยู่กับผู้รับจะรับสิ่งใด ทุกคนปฏิเสธสิ่งไม่ดีได้ ถ้ารู้จักคิดและมีคุณธรรม หากเพียงตัวอย่างไม่ดีได้รับแล้วปฏิบัติตาม โดยไม่คิดไตร่ตรอง ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมากๆ เพราะหนังแต่ละเรื่องก็เป็นแง่มุมของเรื่องราวต่างๆที่คนเราจินตนาการขึ้นมา อาจมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง หรือแต่งแต้มขึ้นเอง แต่ทุกเรื่องราวต้องทำให้คนดูเชื่อ หนังเรื่องนั้นจึงจะสนุกสนานตื่นเต้น เร้าใจ

ภาพยนตร์ประเภทบันเทิง มักมีผู้ชมมากที่สุดถึงร้อยละ 98 จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ภาพยนตร์เป็นสื่อมวลชนเพื่อการบันเทิงอย่างแท้จริง หากไม่นับภาพยนตร์เฉพาะกิจต่างๆ เช่นภาพยนตร์โฆษณาประชาสัมพันธ์ ภาพยนตร์การศึกษา อาจกล่าวได้ว่าภาพยนตร์ทั้งหมดที่จัดสร้างและนาออกฉายอยู่ในปัจจุบัน ล้วนมีจุดประสงค์ด้านธุรกิจการค้าขายความบันเทิงแทบทั้งสิ้น คุณค่าของภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องของความบันเทิงเป็นด้านหลัก ส่วนคุณค่าในด้านอื่นๆเป็นเพียงคุณค่าแฝงที่ผู้สร้างอาจจงใจสร้างให้มีหรือไม่ก็ตาม

การที่ภาพยนตร์มีบทบาทมากด้านการให้ความบันเทิง เป็นผลให้เกิดการสร้างภาพยนตร์เพื่อการบันเทิงที่เกินขอบเขตด้านศีลธรรม จริยธรรมของสังคม เช่น ภาพยนตร์ที่แสดงออกทางเพศในลักษณะลามกอนาจาร ภาพยนตร์ที่แสดงถึงความวิตถาร ผิดปกติทางจิต อาชญากรรม การกระทาที่ชวนหวาดเสียว สยดสยอง ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้เชื่อกันว่ามีอิทธิพลต่อบุคคล ส่งเสริมให้เกิดความคิดและนาไปสู่การแสดงพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม จาเป็นต้องได้รับการควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม๒. การเสนอข่าวและสาระทั่วไปการเสนอข่าวโดยใช้ภาพยนตร์ เมื่อเปรียบเทียบกับสื่อมวลชนประเภทอื่นในปัจจุบันแล้วภาพยนตร์มักจะกระทำโดยล่าช้ากว่าเนื่องจากการถ่ายทาภาพยนตร์ต้องมีขบวนการ ล้างฟิล์ม ตัดต่อภาพ และบันทึกเสียง ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร

ความสำคัญของรายการโทรทัศน์ ที่มีอิทธิพลต่อประชาชนในสังคม

tatuiter.com

โทรทัศน์นับเป็นสื่อมวลชนที่สำคัญและทรงอิทธิพลต่อประชาชนในสังคมเป็นอย่างมากทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ของตนเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของประชาชนและประชากรโลกไม่ว่าจะเป็นทางด้าน เศรษฐกิจการพาณิชย์ การเมืองการปกครอง การศึกษา และการทหารและอื่นๆ ซึ่งความสำคัญของรายการโทรทัศน์มีมากมายและเป็นที่ยอมรับมายาวนานมีอิทธิพลอย่างมากอีกทั้งได้มีพัฒนาการก้าวหน้ามาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กิจกรรมต่างๆต่างให้ความสำคัญที่จะต้องมีเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกันในองค์กรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์กิจการของตน การถ่ายทอดสาระความรู้ต่างๆความบันเทิงภายในครอบครัว ซึ่งประเภทของรายการสามารถแบ่งออกเป็นดังนี้

– เพื่อการบันเทิงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจของผู้ชมในสังคมนั้นๆ มีกระบวนการสร้างการลงทุนและมีการแข่งขันสูงมาก เช่น ละคร เกมโชว์ กีฬาเพลง การ์ตูน ที่ีมีการจัดแบ่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจนเพื่อความเหมาะสมของผู้ชม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

– การโฆษณา/ประชาสัมพันธ์สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ ในทางธุรกิจบริการ เช่น การเสนอขายสินค้าบริการหรือผลิตภัณฑ์ของตนเป็นหลัก มีการแข่งขัน การประกวดผลงานโฆษณารวมไปถึงรายการประเภทการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานองค์กร ของภาคราชการและหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลก าไรด้วย

– ข่าวที่เสนอข่าวความเคลื่อนไหวการเปลี่ยนแปลงของสังคมสิ่งแวดล้อมและบุคคลที่เป็นที่สนใจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มุ่งเน้นที่การรายงานด้วยความรวดเร็วของข่าวสารและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันโดยรายงานสดจากผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสถานที่นั้นๆเข้ามายังสถานีโทรทัศน์ ซึ่งปัจจุบันรายการข่าวมีการพัฒนาแข่งขันกันสูง มาก และมีมูลค่ามหาศาล

– เพื่อการศึกษา เนื่องจากเป็นรายการเนื่องจากเป็นรายการที่สามารถช่วยให้สังคมเกิดการเรียนรู้ สร้างสรรค์สังคมโดยให้สาระความรู้แก่คนทั่วไปเช่น สารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์ต่างๆรายการท่องเที่ยว รายการเกษตร ซึ่งผู้ชมรายการจะได้รับประโยชน์ควบคู่ไปกับความบันเทิง เพลิดเพลินได้ด้วย

ดังนั้นโทรทัศน์นับเป็นสื่อมวลชนที่สำคัญและมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อประชากรในสังคมทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงต่างๆที่สามารถโน้มน้าวเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติของคนในสังคมได้ดี

ข่าวบันเทิงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้

เมื่อชีวิตประจำวันของคนในปัจจุบันนี้ประกอบด้วยปัญหาต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ทางสังคม หรือแม้กระทั่งทางการศึกษา และด้วยการประดังเข้ามาอย่างไม่ขาดสายของปัญหาต่างๆผู้คนย่อมมองหาสิ่งที่จะช่วยสร้างความบันเทิงต่อจิตใจและร่างกาย ที่เหนื่อยล้ามามากกับชีวิตในทุกๆวัน ส่งผลให้ความบันเทิงเริ่มเข้าสู่ภาวะมากเกินไป ครอบงำไปทั่วสังคม แผ่ขยายไปยังกลุ่มต่างๆ ความก้าวหน้าของการสื่อสารกลายเป็นดาบสองคมเมื่อ สื่อนำพาเอาแต่สิ่งที่เป็นความบันเทิงไปสู่ประชาชน ย่อมหมายถึงความเสื่อมสลายไปของสาระและความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง

ข่าวบันเทิง เป็นการรายงานเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวงการบันเทิงเพื่อให้ผู้อ่านทราบว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร และทำไม ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแวดวงบันเทิงทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ และการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวงการบันเทิงในและต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาสาระของข่าวนั้น มีทั้งการแจ้งข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของดารา นักแสดง นักร้องหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างจากข่าวทั่วไปซึ่งมักเป็นรายการรายงานเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้น ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ หรือสังคม เป็นต้น

กระแสการติดตามข่าวบันเทิงทุกวันนี้

ยังคงเป็นไปในแนวทางที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากจากการกระจายข่าวสารอย่างทั่วถึงในทุกๆรูปแบบ ทำให้มีคนไทยส่วนมากมักทำการติดตามข่าวประเด็นร้อนรายวัน โดยเฉพาะข่าวบันเทิงวันนี้ที่ทำให้คนไทยต้องไม่พลาดไปกับการรับชมข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการติดตามข่าวของชาวไทยส่วนใหญ่ มักเป็นไปตามกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการบริโภคข้อมูลข่าวสารในรูปแบบต่างๆผ่านสื่อที่ตนเองสามารถรับข่าวได้แบบประจำวัน ส่วนข้อดีก็คือทำให้ข่าวบันเทิงวันนี้ยังคงเป็นข่าวรูปแบบหนึ่งที่ไม่เงียบเหงา แต่ข้อบกพร่องคือข่าวบันเทิงวันนี้คงจะเป็นข่าวบันเทิงวันนี้ประเด็นร้อนที่ไม่จบสิ้น

ลักษณะของข่าวบันเทิงในปัจจุบันมีการรุกล้ำสิทธิของบุคคลในแวดวงบันเทิง เช่น นักแสดง นักร้อง ศิลปิน นายแบบ นางแบบ ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากการที่ข่าวบันเทิงได้รับความนิยมในสายตาผู้รับสาร ประกอบกับข่าวบันเทิงมักนำเสนอเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ทั้งในแง่ชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และผลงาน รวมทั้ง การนำเสนอข่าวบันเทิงนั้นมีทั้งข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา และสำนวนภาษาที่เป็นความคิดเห็นของผู้สื่อข่าว นอกจากนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังเอื้อให้สื่อมวลชนรุกล้ำสิทธิของบุคคลที่ตกเป็นข่าวได้ง่ายขึ้น

กิจการโทรทัศน์ในประเทศไทยก็มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย

7

ประเทศไทยเริ่มมีการแพร่ภาพโทรทัศน์เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดย บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 ผ่านระบบโทรทัศน์ขาวดำจากวังบางขุนพรหม (ปัจจุบันเป็นโมเดิร์นไนน์ ทีวี) ต่อมามีการพัฒนาเป็นระบบโทรทัศน์สี สถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของไทย คือ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 สถานีโทรทัศน์สีแห่งที่สองคือสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่26 มีนาคม 2513 สำหรับ สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ / เอ็นบีที) เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 สำหรับ สถานีโทรทัศน์สาธารณะ คือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551

กิจการโทรทัศน์ในประเทศไทยก็มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย โทรทัศน์ถือเป็นสื่อที่มีอิทธิพลและบทบาทต่อผู้ชมสูง ด้วยคุณสมบัติที่สามารถให้ได้ทั้งภาพ เสียง ความรวดเร็ว ความสมจริง ทำให้ความนิยมในโทรทัศน์เพิ่มขึ้น จนปัจจุบัน สื่อโทรทัศน์ก็ถือเป็นสื่อหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสังคมมาก สื่อโทรทัศน์ในประเทศไทยมีวิวัฒนาการแบ่งออกได้เป็น 6 ยุค

โทรทัศน์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการทหารและการเมือง ระหว่าง จอมพล ป. พิบูลสงคราม และ จอม พลสฤษดิ์ ธนรัชต์ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ยึดอำนาจได้จากการปฏิวัติและได้ริเริ่มแนวคิดในการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แห่งที่ 2 ขึ้นในประเทศไทย โดยใช้งบประมาณจากหน่วยงานทหารในการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ระบบขาวดำ) ขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสร้างสัมพันธ์ระหว่างทหารและประชาชน และได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2501 (ปัจจุบันสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ขาวดำ ได้เปลี่ยนมาออกอากาศในระบบสีภายใต้ชื่อสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5) ดังนั้น ในยุคนี้ มีโทรทัศน์ในไทยแล้ว 2 ช่อง คือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม และ ตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ระบบขาวดำ)

เมื่อเกิดโทรทัศน์สีแล้ว ทุกช่องก็ต่างต้องแข่งขันกันอย่างเต็มที่ โดยสถานีโทรทัศน์ทุกช่องแข่งกันปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพระบบสีของตัวเอง แต่จากเหตุการณ์ที่เริ่มมีการควบคุมสื่อในการนำเสนอข่าวสารมากขึ้น และการแสดงความคิดทางการเมืองก็ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ทำให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ มุ่งเน้นนำเสนอความบันเทิง และมุ่งผลิตรายการที่จะทำให้ได้ผลกำไรทางธูรกิจ ในยุคสมัยนี้มีการนำเข้าละครจีนที่เป็นหนังชุดหลายเรื่องจนได้รับความนิยมและสร้างเรตติ้งให้สถานีโทรทัศน์อย่างมาก ด้านบริษัทไทยโทรทัศน์นั้นถูกยุบด้วยเหตุผลว่าขาดทุน และก่อตั้งขึ้นเป็นองค์การสื่อสารมวลชนมาบริหารงานสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 แทน

ข่าวบันเทิงเป็นสายข่าวที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านสูงมากในปัจจุบัน

ในปัจจุบันสายข่าวบันเทิงเป็นสายข่าวที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านสูงมาก พอๆ กับความสนใจของนักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์อย่างมาก ในขณะเดียวกัน สื่อมวลชนแทบทุกประเภทก็ให้ความสำคัญกับการรายงานข่าวสายบันเทิง รวมทั้ง ธุรกิจด้านอุตสาหกรรมบันเทิงก็เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงในระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม สายข่าวบันเทิงก็เป็นสายข่าวหนึ่งที่ถูกสังคมจับตามองมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของศิลปินและดารา นักร้อง ในฐานะ “บุคคลสาธารณะ”(Public Figure) อยู่มาก กระนั้นก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าจึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่การเรียนการสอนจะต้องเตรียมความพร้อม ในแง่ความรู้ความเข้าใจ และบทบาทของผู้สื่อข่าวในการรายงานข่าวศิลปวัฒนธรรม และข่าวบันเทิงให้กับผู้ที่จะเข้าสู่วงการข่าวบันเทิงในอนาคต เพื่อมีส่วนในการปรับเปลี่ยนและเสริมสร้าง “วัฒนธรรมการรายงานข่าวบันเทิง” ให้มีความสร้างสรรค์ยิ่งๆ ขึ้นต่อไปข่าวศิลปวัฒนธรรมหมายถึง การรายงานเรื่องราว หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงศิลปวัฒนธรรม ทั้งจากองค์กรภาครัฐ องค์กรธุรกิจ รวมทั้ง ภาคประชาสังคม เพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมการพัฒนาด้านศิลปวัฒนธรรม

ในปัจจุบันข่าวศิลปวัฒนธรรม ของหนังสือพิมพ์มักรวมอยู่กับหน้าที่รับผิดชอบของสายข่าวการศึกษา โดยเฉพาะในหนังสือพิมพ์ประชานิยม อย่างหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพราะเป็นสายข่าวที่แหล่งข่าวส่วนใหญ่อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนจะแยกมาเป็นกระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2545 เดิมที่ผู้สื่อข่าวที่รับผิดชอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กรมศิลปากร กรมการศาสนา เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม มักเป็นทีมเดียวกันกับผู้สื่อข่าวสายการศึกษา ข่าวบันเทิง หมายถึง การรายงานเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงการบันเทิงเพื่อให้ผู้อ่านทราบว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร และทำไม ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแวดวงบันเทิงทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ และการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวงการบันเทิงในและต่างประเทศ

เนื้อหาสาระของข่าวนั้น มีทั้งการแจ้งข่าวสาร  ความเคลื่อนไหวของดารา นักแสดง นักร้องหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างจากข่าวทั่วไปซึ่งมักเป็นรายการรายงานเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น  ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ หรือสังคม เป็นต้น และในการเขียนข่าวประเภทนี้ ผู้เขียนอาจจะแทรกความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ และมักหยอกล้อ หรือติชมบุคคลในข่าวอีกด้วยในปัจจุบันสื่อมวลชนหลายสำนัก หันมาให้ความสนใจการรายงานข่าวด้านศิลปวัฒนธรรมในทีมงานเดียวกันกับผู้สื่อข่าวสายข่าวบันเทิงแล้ว เรียกโต๊ะข่าวนี้ว่า “โต๊ะศิลปวัฒนธรรมบันเทิง” แม้บางสำนักพิมพ์ หรือสถานีโทรทัศน์บางช่องก็ยังนำเสนอข่าวศิลปวัฒนธรรมและข่าวบันเทิงแยกกันอยู่ก็ตาม

รายการบันเทิงสำหรับเด็ก ที่ทางผู้ผลิตเองควรให้ความสนใจมากขึ้น

ในปัจจุบันโทรทัศน์เป็นสื่อที่เข้าถึงกับทุกบ้าน ไม่ว่าจะไปยังบ้านไหนเราก็จะเห็นโทรทัศน์ เนื่องจากเป็นสื่อที่หาได้ง่าย ใช้งานอยู่ทั่วโลก ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเข้าถึงเหมือนกับอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งที่ปรากฏในจอก็คือ รายการโทรทัศน์ที่รับชมได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก ที่ชื่นชอบการรับชมความบันเทิงผ่านสื่อประเภทนี้

การเลือกรายการที่ดีมีผลต่อพฤติกรรมของเด็ก ผู้ปกครองควรเลือกรายการให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ส่งเสริมพฤติกรรมสังคมและพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก ในทางกลับกันหากเลือกรายการที่ไม่เหมาะสม จะเกิดผลลบต่อความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงหากเลี่ยงไม่ได้ในการรับชมรายการที่ไม่เหมาะสม ก็ควรมีผู้ปกครองคอยแนะนำอยู่เคียงข้าง

รายการบันเทิงสำหรับเด็กมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาความคิด โดยรายการเหล่านี้มุ่งเน้นให้เด็กได้รับความรู้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ทางด้านผู้ผลิตเองสามารถทำรายการออกมาได้หลายรูปแบบ เช่น อยู่ในรูปแบบของสโมสรให้เด็กได้มีส่วนร่วม หรือรายการเล่านิทานประกอบภาพ เป็นต้น

ในปัจจุบันผู้ผลิตรายการเด็กนั้นหาได้ยาก เพราะการทำรายการเด็กผู้ผลิตได้ประโยชน์น้อย และผู้ที่ทำรายการประเภทนี้ต้องมีใจรักจริงๆ อีกทั้งรายการบันเทิงของเด็กควรมีความน่าสนใจไม่เพียงแต่มุ่งทำรายการให้มีความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว ควรแฝงสาระหรือใส่เนื้อหาสาระให้มีความเร้าใจชวนให้เด็กติดตาม และที่สำคัญทางผู้ผลิตไม่ควรนำความเชื่อของตนเองใส่ลงในรายการ เพราะเด็กจะมีความเชื่อที่ผิดๆตามไปด้วย อีกทั้งรายการสำหรับเด็กยังช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตได้ และรายการที่ผลิตออกมานั้นควรดูและติดตามได้ทั้งครอบครัว เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถให้คำแนะนำแก่เด็กได้ เพราะเด็กยังไม่สามารถคิดเองตามลำพังได้ เด็กมีการเลียนแบบสิ่งที่เห็นในทีวี ทั้งนี้สิ่งสำคัญนั่นคือ เด็กยังไม่มีวิจารณญาณที่ดีเท่าผู้ใหญ่ ในการแยกความดีความชั่ว ความจริงสิ่งสมมติ เด็กยังไม่รู้ว่าสิ่งใดเหมาะกับตน สิ่งใดไม่เหมาะ จึงควรมีผู้ปกครองคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

อุตสาหกรรมสื่อบันเทิงไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน


อนาคตอันใกล้นี้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเปิดประเทศอย่างเต็มตัว ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น วงการแสดงและวงการดนตรี แนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นทุกปี อย่างไม่จบสิ้น ทั้งธุรกิจดนตรี ภาพยนตร์ ทีวีหรือแม้แต่สื่อบันเทิงออนไลน์ สร้างรายได้มหาศาล ปีละกว่า 12,000 ล้านบาทในปี2011 และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 15,000 ล้านบาทในปี 2016 และมีมูลค่ารวมทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 60 ล้านล้านบาท การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ อุตสาหกรรมบันเทิง ยังขาดแคลนบุคลากรคุณภาพอีกเป็นจำนวนมาก กระแสตลาดบันเทิงของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้ศิลปินและนักแสดงในเอเชียได้รับความนิยมสูงขึ้นสู่เวทีระดับโลก

คงปฏิเสธไมได้ว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาอย่างไม่หยุดยั้ง ณ เวลานี้หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (AEC) 10 ชาติอาเซียนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แนวคิดนับจากนี้ต่อไป “ต้องคิดให้เป็นอาเซียน” หลายประเทศล้วนตื่นตัว รวมถึงประเทศไทยภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เร่งขับเคลื่อนการปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันสถานการณ์ ด้านภาคอุตสาหกรรมบันเทิงไทยกำลังอยู่ระหว่างการเจริญเติบโต หากมีการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมชาติอาเซียน จะถือว่าเป็นการยกระดับสู่สากล ในเปิดประตูสู่อาเซียนปี พ.ศ. 2558

ในส่วนของผู้ผลิตสื่อบันเทิง ซึ่งเปรียบเสมือน “สมอง” เพราะต้องใช้ “ความคิด” ในการขับเคลื่อนธุรกิจสื่อแขนงนี้ ต่างออกมาแสดงทรรศนะได้อย่างน่าสนใจ เริ่มจาก “ตั้ม-จาฤก กัลย์จาฤก” ประธานกรรมการบริหาร บมจ. กันตนา เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงไทยในขณะนี้ ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งทั้งด้านเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีคุณภาพค่อนข้างที่จะแข็งแรง นับตั้งแต่สิ้นปี พ.ศ.2556 อุตสาหกรรมโทรทัศน์จะเติบโตถึงขั้นก้าวกระโดด ส่วนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยถือว่า ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ล่าสุดภาพยนตร์สร้างประวัติศาสตร์และทำรายได้มากที่สุด อย่างเรื่อง “พี่มาก…พระโขนง” ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งมากขึ้น จึงทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงมาก ถ้านับรวมประเทศอาเซียนการแข่งขันจะสูงมากขึ้น เพราะทุกประเทศต่างต้องผลิตสื่อทุกรูปแบบ ให้ครอบคลุมความเป็นอาเซียน แต่อยู่ที่ว่าใครจะเหนือกว่าใคร หลายประเทศเข้ามาลงทุนซื้อภาพยนตร์ในบ้านเรา เอาไปฉายที่ประเทศเขา ถือได้ว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ และจะยิ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

แม้ว่าไทยจะยังคงเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการสื่อ แต่คงนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะหัวใจหลักของ “ความเจริญ” ต้องมาพร้อมกับการ “พัฒนา” อย่างไม่หยุดนิ่ง

การผลิตสื่อเพื่อให้เกิดความบันเทิงแก่สาธารณชน

สื่อโฆษณาถือเป็นหัวใจสำคัญในการประชาสัมพันธ์

ผลงานต่างๆให้ออกสู่สายตาประชา จนได้รับความนิยมในวงกว้าง ตลาดสื่อโฆษณาในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีสื่อโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีสัดส่วนของมูลค่าโฆษณาสูงที่สุด การมีสื่อในมือ ถือเป็นความได้เปรียบในการทำการประชาสัมพันธ์ และถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาด การดำเนินธุรกิจสื่อในรูปแบบผสมผสานอันประกอบด้วย สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ และสื่อนิตยสาร โดยแต่ละธุรกิจสื่อที่ดำเนินงานอยู่ถือเป็นสื่อที่มีคุณภาพ และได้รับความนิยมในระดับแนวหน้าของประเทศ

ธรรมชาติของธุรกิจเมื่อลงทุนไปแล้วย่อมมีกำไรเป็นเป้าหมาย

การแสวงหารายได้และกำไรของสื่อต้องควบคู่ไปกับผลประโยชน์ของสาธารณชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ของปัจเจกบุคคลผู้ซื้อสินค้าและบริการเช่นธุรกิจอื่น ข้อมูลข่าวสารอันเป็นสินค้าของสื่อนั้นเป็นสินค้าที่แตกต่างจากสินค้าของธุรกิจอื่น เพราะมีผลต่อการรับรู้ พัฒนาสติปัญญา และคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ดังที่มีนักวิชาการได้ศึกษาวิเคราะห์วิจัยจนได้ข้อสรุปเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า สื่อมีหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้ ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ให้ความบันเทิง รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์เรื่องราวต่างๆ

การเติบโตของธุรกิจบันเทิงที่สวนกระแสความถดถอยทางเศรษฐกิจอื่นๆ รายการทีวีเต็มไปด้วยรายการบันเทิง ละคร เกมส์โชว์ ทอร์คโชว์ เรียลริตี้โชว์ เพลง ภาพยนตร์ ฯลฯ แผงหนังสือเต็มไปด้วย หนังสือดารา เพลง ภาพยนตร์ มีแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์บันเทิงรายวัน ที่น่าสงสัยยิ่งนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมที่สนใจเรื่องบันเทิงมากไปกว่าเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมืองที่เป็นเนื้อหาสาระ ฯลฯ และสื่ออื่นๆที่ย่อมไม่ตกกระแสแห่งความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น internet วิทยุ และอีกมากมายหลายแบบผู้คนเริ่มกลายเป็นผู้ป่วยทางสังคมที่ยังไม่รู้สึกตัวเองว่าตัวเองรอคอยการเยียวยา รักษาอาการเสพติดสิ่งบันเทิง

ในการสื่อสารนั้น ผู้ส่งสารมีความต้องการที่จะทำให้ผู้รับสารเกิดความรื่นเริงบันเทิงใจจากสารที่ตนเองส่งออกไป ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของการพูด การเขียนหรือการแสดงกิริยาท่าทาง ตัวอย่างเช่น นวนิยาย,เพลง,ละคร,เกมโชว์ การแสดงคอนเสิร์ตนักร้องในฐานะผู้ส่งสารจะใช้คำพูดหรือคำร้อง ประกอบกิริยาท่าทางเต้น มีเสียงดนตรีประกอบ หากเป็นจังหวะที่สนุกสนาน เนื้อร้อง ทำนองดี ผู้ชมในฐานะผู้รับสารก็จะรู้สึกสนุกสนานและผ่อนคลายอารมณ์ ถือเป็นการพักผ่อนหย่อนใจไปในตัวได้ ความต้องการที่จะแสวงหาสิ่งที่สามารถมาช่วยสร้างความบันเทิงและสร้างความสบายใจ